ใบความรู้ที่ 1 ชุดที่ 2 เรื่องประวัติความเป็นมาของการฟ้อนยอง

ใบความรู้ที่ 1
ชุดที่ 2 เรื่องประวัติความเป็นมาของการฟ้อนยอง
                เมื่อพูดถึงชาวยอง ถ้าเป็นกลุ่มคนในทางภาคเหนืออาจจะรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ถ้าเป็นคนภาคกลาง ภาคอีสาน หรือภาคใต้ อาจจะสงสัยว่า "ชาวยอง" คือใคร   
                หลายท่านคงเคยได้ยินคำว่า ไทลื้อ ไทเขิน ไทยยวน และไทยอง ทั้งหมดนี้ถ้าพิจารณาในทางภาษาและตัวอักษรแล้ว ถือได้ว่าเป็นกลุ่มภาษาของเผ่าไทยเผ่าเดียวกัน อาจแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยเพราะความแตกต่างของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลให้ภาษาผิดเพี้ยนกันไป เหมือนกับภาษาไทยที่พูดกันที่กรุงเทพ สุพรรณบุรี และนครศรีธรรมราช เป็นต้น
         เมืองยองอยู่ที่ไหน ?
             ในอดีตเมืองยองเป็นรัฐอิสระมีเจ้าปกครองของตนเอง อยู่ติดประเทศไทยทางด้านเหนือ แต่ในปัจจุบันนี้ เมืองยองอยู่ใต้บังคับของรัฐบาลพม่า ถ้าเราวัดระยะทางจากอำเภอแม่สายซึ่งเป็นจุดเหนือสุดของประเทศไทย ถึงเมืองยองจะมีระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตรเท่านั้น
        ชาวยองเมืองลำพูนมาจากไหน
              มีผู้รู้หลายท่านได้ศึกษาถึงความเป็นมาของชาวยองเมืองลำพูน จากข้อมูลต่างๆ พบว่าผู้คนจากเมืองยองได้เคลื่อนย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานในล้านนา ตั้งแต่สมัยพระญาติโลกราช แห่งราชวงศ์มังราย และการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดเกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ.2348 สมัยพระเจ้ากาวิละได้ดำเนินนโยบาย รวบรวมผู้คนจากเมืองต่างๆทางตอนบน เพื่อการฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่และเมืองลำพูนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่บ้านเมืองได้รับความเสียหายจากการทำสงครามกับพม่า การฟื้นฟูเมืองลำพูนขึ้นมาในครั้งนี้ ได้มีการกวาดต้อนผู้คนจากเมืองยองในลักษณะการ เทครัวเพื่อให้มาตั้งถิ่นฐานในเมืองลำพูน ผู้คนจากเมืองยองจึงเป็นประชากรส่วนใหญ่ของเมืองลำพูน โดยสามารถรักษาวัฒนธรรมทางภาษาของตนเองไว้จนถึงปัจจุบัน แม้แต่ในปัจจุบันนี้ลูกหลานที่สืบเชื้อสายชาวยองก็ยังคงร่วมกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ของตนเองไว้ โดยเฉพาะภาษายอง และการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ของชนชาวยองในจังหวัดลำพูน นั่นก็คือ การแสดงในชุด  ฟ้อนยอง
                ศิลปะของชาวยองเป็นศิลปะที่มีเอกลักษณ์ประจำถิ่น ปัจจุบันมีการประยุกต์ในรูปแบบใหม่ที่คิดค้นขึ้นในจังหวัดลำพูนอีกมากมาย เป็นการผสมผสานเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย ดังนั้นเราจะเห็นการฟ้อนรำที่มีรูปแบบหลากหลายอยู่เป็นประจำในจังหวัดลำพูน แต่ที่เห็นเด่นชัดก็คือการแสดงศิลปะการฟ้อนรำนี้ จะใช้ดนตรีประกอบเป็นดนตรีพื้นเมืองเกือบทั้งหมด ปัจจุบันการสืบสานศิลปะแขนงนี้ทั้งเก่าและใหม่ ได้มีการสืบสานอย่างต่อเนื่อง เช่นมีการแข่งขันฟ้อนเล็บ  และฟ้อนยอง  เป็นประจำทุกปี  ทางกลุ่มหนุ่มสาวแต่ละหมู่บ้านก็มักจะฝึกฝนการฟ้อนยองเหล่านี้ในยามที่ว่างเว้นจากการทำงาน เพื่อทบทวนท่ารำ ไว้สำหรับเตรียมต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่จะมาเยี่ยมเยือนเป็นประจำในช่วง

เทศกาลต่างๆ เรียกได้ว่าการฟ้อนยอง สามารถใช้ในโอกาสพิเศษ ของทางหมู่บ้าน และใช้ในงานเทศกาลต่างๆ เช่น งานกฐิน งานทอดผ้าป่า ประเพณีการเข้าพรรษา หรือแม้แต่งานสลากภัต เป็นต้น นอกจากนี้แล้ว ยังมีการนำศิลปะการฟ้อนยองไปแสดงในต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งถือเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมล้านนาอีกรูปแบบหนึ่ง และปัจจุบันมีสถาบันต่างๆ เช่นสถาบันการศึกษา องค์กรส่วน-ท้องถิ่น กลุ่มพลังมวลชนทุกระดับ   เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสืบสานศิลปะการแสดงเหล่านี้ ทั้งดนตรี การฟ้อนรำ เพื่อให้คงความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองลำพูน และนำไปเผยแพร่ให้เป็นที่ปรากฏต่อสาธารณะชน ในระดับจังหวัดและระดับชาติอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด นับเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาที่สามารถทำให้ชาวบ้านล้านนาได้ฝึกฝนความสามัคคี ซึ่งปรากฏในรูปของกระบวนท่ารำที่จะต้องมีความพร้อมเพรียง ตลอดจนแสดงถึงกุศลโบบายที่ทำให้ชาวล้านนาใกล้ชิดกับศาสนาในแง่ของการมีส่วน ร่วม จัดแสดงในงานเทศกาลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำบุญ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาวล้านนาอีกด้วย



เอกสารอ้างอิง


  • สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย
  • สารนุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ  เรื่อง ฟ้อนยอง หน้า 4885-4886
  • เอกสารเผยแพร่ทางวัฒนธรรม เรื่องฟ้อนยอง ของโครงการอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น โรงเรียน วชิรป่าซาง จังหวัดลำพูน พ.ศ. 2534

ความคิดเห็น